การแข่งขันสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ขยายไปถึงแคนาดาฝั่งตะวันออก เมื่อ Anthropic ผู้พัฒนา Claude เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์กับ EverWind ที่พอยต์ทัปเปอร์ รัฐโนวาสโกเชีย เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 นับเป็นข้อตกลงด้านดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกของบริษัทในแคนาดา ในวันเดียวกัน EverWind ได้ประกาศแผนลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดา ในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานลม ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นระบุว่าเป็นการลงทุนจากภาคเอกชนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ ดีลนี้เป็นอีกสัญญาณว่าบริษัท AI ชั้นนำกำลังเร่งหากำลังประมวลผลไว้รองรับการเติบโต
Anthropic เช่าพื้นที่เฟสแรก สัญญาอย่างน้อย 20 ปี
ข้อตกลงนี้เป็นการเช่าพื้นที่ในเฟสแรกของวิทยาเขตดาต้าเซ็นเตอร์ที่ EverWind จะสร้างในพื้นที่อุตสาหกรรมเดิมของบริษัทที่พอยต์ทัปเปอร์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองแฮลิแฟกซ์ สัญญาเช่ามีระยะเวลาอย่างน้อย 20 ปี เฟสแรกเป็นอาคารขนาดราว 18,600 ตารางเมตร ใช้ไฟฟ้า 95 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะเปิดใช้งานปลายปี 2027 ก่อนจะขยายอีก 325 เมกะวัตต์ในปี 2028 รวมเป็น 420 เมกะวัตต์ ส่วนที่ Anthropic เช่าในเฟสแรกจึงคิดเป็นไม่ถึงหนึ่งในสี่ของกำลังการผลิตทั้งหมดที่วางแผนไว้ เดิม EverWind ประกาศเพียงว่ามี "ผู้พัฒนา AI ระดับแนวหน้า" ที่ไม่เปิดเผยชื่อมาเช่า ก่อนที่ Jacob Glick หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะของ Anthropic ประจำแคนาดา จะยืนยันว่าเป็น Anthropic โดยระบุว่าคนแคนาดาใช้ Claude ในอัตราที่สูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก และดีลนี้จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานอยู่ใกล้ผู้ใช้มากขึ้น
EverWind คือใคร: จากเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ AI
EverWind Fuels เป็นบริษัทพลังงานจากเมืองแฮลิแฟกซ์ ก่อตั้งและนำโดย Trent Vichie เดิมบริษัทมุ่งพัฒนาโครงการไฮโดรเจนสีเขียวและแอมโมเนียสีเขียวที่พอยต์ทัปเปอร์ เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ หลังซื้อท่าเรือน้ำมันในพื้นที่จาก NuStar Energy เมื่อปี 2022 และมี Nuveen เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน บริษัทยังพัฒนาโครงการพลังงานลมหลายแห่งทั่วโนวาสโกเชีย โดยโครงการลมเฟสแรกมีกลุ่มชนพื้นเมืองที่นำโดย Membertou First Nation ถือหุ้นใหญ่ แผนใหม่นี้แบ่งเงินลงทุนเป็นกว่า 8 พันล้านดอลลาร์แคนาดาสำหรับสร้างและเป็นเจ้าของวิทยาเขตดาต้าเซ็นเตอร์ และ 2 พันล้านดอลลาร์แคนาดาสำหรับพลังงานลมบนบก โดยคาดว่าจะสร้างงานก่อสร้าง 2,000 ตำแหน่ง และงานประจำ 215 ตำแหน่ง
ไฟฟ้าและน้ำ: ความกังวลของคนในพื้นที่
ดาต้าเซ็นเตอร์ถูกวิจารณ์มาตลอดเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำปริมาณมาก รวมถึงภาระต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ทั้ง Anthropic และ EverWind จึงให้คำมั่นว่าจะปกป้องผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ไม่ให้ต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้น และดูแลทรัพยากรน้ำ โดย EverWind ระบุว่าจะรับผิดชอบค่าไฟที่เกี่ยวข้องกับโครงการเอง อย่างไรก็ตาม ฟาร์มกังหันลมจะยังสร้างไม่เสร็จในตอนที่ดาต้าเซ็นเตอร์เปิดใช้งาน ช่วงแรกจึงต้องพึ่งโครงข่ายไฟฟ้าเดิม แม้หน่วยงานบริหารโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐจะมีผลศึกษาว่าโครงข่ายปัจจุบันรองรับได้ ด้าน Claudia Chender หัวหน้าพรรค NDP ของรัฐ ตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะบังคับให้เป็นไปตามคำมั่นเหล่านี้ได้อย่างไร และวิจารณ์ว่ารัฐสนับสนุนโครงการโดยไม่ได้รับฟังความเห็นจากประชาชน
Anthropic เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ดีลในแคนาดาเกิดขึ้นท่ามกลางการลงทุนด้านกำลังประมวลผลที่เร่งตัวขึ้นของ Anthropic เมื่อปีที่แล้ว บริษัทใช้เงินกับการประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานไป 7.33 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 3 เท่าจากปี 2024 การกระจายดาต้าเซ็นเตอร์ไปยังประเทศต่าง ๆ ยังช่วยตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรและภาครัฐที่ต้องการให้ข้อมูลประมวลผลภายในประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่บริษัท AI รายใหญ่หลายรายกำลังทำ
ผลต่อนักลงทุน: ดีลระยะยาวในช่วงก่อน IPO
สำหรับนักลงทุน ดีลนี้มีความสำคัญในหลายมิติ ประการแรก สัญญาเช่า 20 ปีสะท้อนว่า Anthropic มองความต้องการใช้งาน Claude ในระยะยาว และยอมผูกพันต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นเวลานาน ซึ่งนักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักระหว่างโอกาสเติบโตกับภาระต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้น ประการที่สอง ดีลนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Reuters รายงานว่า Anthropic กำลังเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ในสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ Mark Levine ผู้ตรวจบัญชีของนครนิวยอร์ก จะเรียกร้องให้เลื่อน IPO ออกไปเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยและธรรมาภิบาล ประการที่สาม ผู้ได้ประโยชน์โดยตรงคือผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์และผู้ผลิตพลังงาน ซึ่งกำลังได้สัญญาระยะยาวจากบริษัท AI ประเด็นที่ต้องจับตาต่อคือความคืบหน้าการก่อสร้างให้ทันปลายปี 2027 การจัดหาไฟฟ้าก่อนฟาร์มกังหันลมจะเสร็จ และความชัดเจนเรื่องแผน IPO ของ Anthropic




