LongStoryShortข่าวสารความรู้ใหม่English
Investing

Binance โดนแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์ อายัดไว้ได้แล้วกว่าครึ่ง

Yukmai Media· อัปเดต 2 พ.ย. 2569·12 min read
Binance โดนแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์ อายัดไว้ได้แล้วกว่าครึ่ง
สรุปสำหรับคนรีบ (TL;DR)
  • Binance ยืนยันว่าถูกแฮ็กราว 6.3 พันล้านดอลลาร์ เมื่อ 29 ต.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ ใหญ่กว่าสถิติเดิมของ Bybit 1.5 พันล้านดอลลาร์ราว 4 เท่า และ TRM Labs กับ Chainalysis โยงการโจมตีกับกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ
  • เงินถูกอายัดไว้ได้ราว 3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็น USDT 1.57 พันล้านที่ Tether อายัด และ USDC ราว 800 ล้านที่ Circle อายัด แต่แฮกเกอร์ยังถือ BTC และ ETH อยู่ราว 1.5-3 พันล้านดอลลาร์
  • Binance ระงับการถอนเงินและสัญญาว่าจะชดเชยผู้ใช้ด้วยกองทุน SAFU ราว 1 พันล้านดอลลาร์และเงินของบริษัท ขณะที่ BTC ร่วงราว 5% ต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์ และ BNB ร่วงราว 8%
อัปเดตล่าสุด 2 พ.ย. 2569 ดูความคืบหน้า ↓
ความคืบหน้าล่าสุด (1)

Binance เริ่มเปิดให้ถอนเงินอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2569 แบบทยอยเปิด รอบแรกมี BTC, ETH, USDT, USDC, BNB และ XRP บน 15 เครือข่าย แต่ในวันเดียวกันยังมีเหรียญอีก 531 จาก 552 เหรียญที่ถอนไม่ได้ ใน 9 ชั่วโมงครึ่งแรกหลังเปิดถอน มีเงินถอนออก 4.65 พันล้านดอลลาร์และฝากเข้า 1.01 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไหลออกสุทธิราว 3.64 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 2.1% ของสินทรัพย์ 1.71 แสนล้านดอลลาร์บนแพลตฟอร์ม Binance ระบุว่าเตรียมเงิน 6.34 พันล้านดอลลาร์ไว้ชดเชยความเสียหาย และเติมสินทรัพย์ที่ถูกขโมยคืนแล้วราว 95% โดยจะไม่ให้ผู้ใช้รับภาระ พร้อมเตรียมเผยหลักฐานสำรองทรัพย์สินฉบับใหม่

ที่มา: The Block ↗

Binance ตลาดซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยืนยันว่าถูกแฮ็กมูลค่าราว 6.3 พันล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ หรือเช้าวันที่ 30 ตุลาคมตามเวลาไทย ถือเป็นการขโมยคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก Binance บอกว่าอายัดเงินไว้ได้ราว 3 พันล้านดอลลาร์ หรือราวครึ่งหนึ่ง แต่ตัวเลขนี้มีรายละเอียดที่ต้องดูให้ดี เพราะเงินที่อายัดได้เกือบทั้งหมดเป็นเหรียญที่มีบริษัทผู้ออกเหรียญคุมอยู่ ส่วนที่เหลือเป็น BTC และ ETH ที่ไม่มีใครอายัดได้

Binance โดนแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์ เกิดอะไรขึ้น

แฮกเกอร์ถอนเงินออกจากกระเป๋าร้อน (hot wallet) ของ Binance บนบล็อกเชน 10 เครือข่าย โดยรายการส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในราว 20 นาที ตัวเลขความเสียหายแต่ละแหล่งไม่เท่ากัน Binance ประเมินราว 6.3 พันล้านดอลลาร์ TRM Labs ประเมินราว 6.36 พันล้าน ส่วน Chainalysis ประเมินราว 5.9 พันล้าน ณ ช่วงเกิดเหตุ ข้อมูลจาก Arkham ระบุว่ามีช่วงหนึ่งที่กระเป๋าของแฮกเกอร์ถือ BTC ราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ ETH ราว 900 ล้านดอลลาร์ USDT ราว 1.5 พันล้าน และ USDC กว่า 800 ล้าน ความเสียหายครั้งนี้คิดเป็นราว 4% ของสินทรัพย์บนแพลตฟอร์ม Binance และใหญ่กว่าสถิติเดิมที่ Bybit ถูกขโมยไป 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ราว 4 เท่า

แฮกเกอร์เข้าทางไหน: เครื่องของวิศวกร Binance

ผลสอบสวนเบื้องต้นของ Binance ชี้ว่าแฮกเกอร์เข้าถึงแล็ปท็อปของวิศวกรฝ่าย DevOps คนหนึ่ง แล้วใช้ช่องทางนั้นเข้าไปถึงระบบภายในและสั่งถอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต Binance ระบุว่ายังไม่พบหลักฐานว่ากุญแจส่วนตัว (private key) ของกระเป๋าเงินรั่วไหล บนเครือข่าย Ethereum แฮกเกอร์ใช้การอนุญาตที่ลงนามไว้ล่วงหน้าตามมาตรฐาน EIP-7702 เพื่อให้สัญญาอัจฉริยะที่เป็นอันตรายยึดกระเป๋าร้อนและดูดเงินที่ไหลเข้ามา Richard Teng ซีอีโอของ Binance กล่าวว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการกดครั้งเดียว และเกินขอบเขตสิทธิ์ของวิศวกรคนเดียว ขณะที่ TRM Labs มองว่าอาจเป็นการเจาะระบบลงนามธุรกรรมในวงกว้างกว่านั้น ซึ่ง Binance ยังไม่ยืนยัน

เกาหลีเหนือถูกโยงกับการแฮ็ก Binance

TRM Labs และ Chainalysis ประเมินว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือ TraderTraitor กลุ่มแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม Lazarus และเป็นกลุ่มเดียวกับที่ถูกโยงกับการแฮ็ก Bybit โดย TRM ระบุว่าประเมินด้วยความมั่นใจสูง นักสืบบล็อกเชนอย่าง ZachXBT และบริษัทความปลอดภัย Blockaid ก็มองไปในทางเดียวกัน หลังขโมยเงิน แฮกเกอร์รีบแลกเหรียญ stablecoin เป็น BTC และ ETH ผ่าน Uniswap และยังนำ USDT ที่ขโมยมาไปค้ำประกันเพื่อกู้ WETH อย่างน้อย 20,000 เหรียญจาก Aave จน Aave ต้องหยุดบางตลาดชั่วคราวเพื่อไม่ให้เกิดหนี้เสีย

อายัดได้ราว 3 พันล้านดอลลาร์ ทำไม BTC กับ ETH อายัดไม่ได้

เงินที่อายัดได้ส่วนใหญ่เป็น stablecoin ที่มีบริษัทผู้ออกเหรียญคุมอยู่ Tether อายัด USDT ได้กว่า 1.57 พันล้านดอลลาร์ และ Circle อายัด USDC ได้ราว 800 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ Ripple และ World Liberty Financial ก็อายัดเหรียญของตัวเอง และ Security Council ของเครือข่าย Arbitrum อายัดได้อีกราว 30.5 ล้านดอลลาร์ ยอดอายัดรวมที่ Binance ยืนยันเพิ่มจากราว 2.54 พันล้านเป็นราว 3 พันล้านดอลลาร์ภายในราว 90 นาที แต่ BTC และ ETH ไม่มีบริษัทใดคุม จึงไม่มีใครสั่งอายัดบนบล็อกเชนได้ ทำได้แค่ติดตามเส้นทางเงินแล้วขอให้ตลาดซื้อขายที่ให้ความร่วมมืออายัดเมื่อเงินไหลเข้าไป นี่คือเหตุผลที่แฮกเกอร์รีบแปลง stablecoin เป็น BTC และ ETH และทำให้ยังมีเงินราว 1.5-3 พันล้านดอลลาร์อยู่ในมือแฮกเกอร์ ตามการประเมินของสื่อหลายแห่ง

เงินอายัดยังไม่ใช่เงินคืน และ SAFU อาจไม่พอ

การอายัดไม่ได้แปลว่าได้เงินคืนทันที Ari Redbord จาก TRM Labs ระบุว่าการคืนเงินต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย เช่น คำสั่งศาลและความร่วมมือจากผู้ออกเหรียญ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ Binance สัญญาว่าจะชดเชยความเสียหายของผู้ใช้ทั้งหมด โดยใช้กองทุน SAFU ที่รายงานว่ามีราว 1 พันล้านดอลลาร์ในรูป BTC ร่วมกับเงินของบริษัท แต่ถ้าเงินที่ยังไม่ได้คืนมีราว 1.5-3 พันล้านดอลลาร์ กองทุน SAFU เพียงอย่างเดียวจะไม่พอ และ Binance ต้องใช้เงินของบริษัทเองเพิ่ม ตอนนี้ Binance ระงับการถอนเงินตั้งแต่เวลา 22.15 น. ตามเวลา UTC ของวันที่ 29 ตุลาคม ยังไม่ประกาศวันเปิดถอนใหม่ และสัญญาว่าจะเผยรายงานทางเทคนิคและหลักฐานสำรองทรัพย์สิน (proof of reserves) ฉบับใหม่

ผลต่อนักลงทุน: คริปโตไม่ได้ไร้ตัวกลางอย่างที่คิด

ตลาดตอบรับข่าวนี้ทันที BTC ร่วงราว 5% ลงไปต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์ ETH ร่วงราว 5.7% และ BNB ร่วงราว 8% Binance.US และ Coinbase ระบุว่าแพลตฟอร์มของตัวเองไม่ได้รับผลกระทบ บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือคริปโตที่หลายคนใช้อยู่ยังมีตัวกลางหลายชั้น ชั้นแรกคือตลาดซื้อขายอย่าง Binance ที่ถือเหรียญแทนผู้ใช้ จึงสั่งหยุดการถอนและเลือกได้ว่าจะชดเชยหรือไม่ ชั้นที่สองคือบริษัทผู้ออก stablecoin อย่าง Tether และ Circle ที่อายัดเหรียญได้ทันที ซึ่งช่วยลดความเสียหายครั้งนี้ได้มาก แต่ก็แปลว่าเหรียญเหล่านี้ถูกบริษัทควบคุมได้เสมอ ส่วน BTC และ ETH ไม่มีตัวกลางแบบนี้ ถ้าถูกขโมยไปแล้วก็แทบไม่มีทางดึงกลับ จุดที่ต้องจับตาต่อคือยอดความเสียหายสุทธิที่ Binance จะประกาศ วันเปิดถอนเงิน และหลักฐานสำรองทรัพย์สินฉบับใหม่

ที่มา: CoinDesk ↗, Yahoo Finance ↗, Al Jazeera ↗, The Defiant ↗, FinanceFeeds ↗, Citation Needed ↗สรุป/เรียบเรียงโดย Yukmai อ่านต้นฉบับที่ลิงก์ด้านบน
#Binance#คริปโต#แฮ็ก#Bitcoin#Ethereum#Tether#Circle#เกาหลีเหนือ#Lazarus
Yukmai Media
Digital Marketing Specialist & Content Creator