ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75-4% ในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม 2569 แต่ไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์ เพราะกรรมการ 2 คนโหวตค้านและอยากให้ขึ้นดอกเบี้ยทันที ผลโหวตครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เงินเฟ้อยังสูงเกินเป้า 2% อยู่มาก และเหลือเวลาอีกเพียง 6 วันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
เฟดคงดอกเบี้ย 3.75-4% หลังขึ้นไปเมื่อเดือนกันยายน
มติครั้งนี้ออกมา 10 ต่อ 2 ต่อจากการประชุมเดือนกันยายนที่เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งเป็นการขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และเป็นการขึ้นครั้งแรกภายใต้ Kevin Warsh ประธานเฟดคนปัจจุบัน ในแถลงการณ์รอบนี้ เฟดเพิ่มข้อความว่าข้อมูลที่ทยอยออกมาจะช่วยให้กำหนดทิศทางนโยบายได้ และตัดประโยคเดิมที่เคยระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้า 2% ได้เร็วขึ้น ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจ เฟดปรับคำอธิบายจาก "ขยายตัวอย่างมั่นคง" เป็น "ขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง"
Lisa Cook และ Beth Hammack โหวตค้าน อยากขึ้นดอกเบี้ย
ผู้ที่โหวตค้านคือ Lisa Cook ผู้ว่าการเฟด และ Beth Hammack ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ทั้งสองต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในรอบนี้เลย Fortune รายงานว่านี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม 1992 หรือในรอบ 34 ปี ที่ผู้ว่าการเฟดและประธานเฟดสาขาโหวตค้านไปในทางเดียวกัน Hammack เคยโหวตค้านด้วยเหตุผลเดียวกันมาแล้วในเดือนกรกฎาคม ส่วนสำหรับ Cook นี่เป็นการโหวตค้านครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2022 และนักเศรษฐศาสตร์หลายคนไม่ได้คาดไว้ Warsh กล่าวหลังการประชุมว่ากรรมการส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่ายาแรงทางการเงินเริ่มได้ผลบ้างแล้ว แต่ยังสรุปอะไรแน่ชัดไม่ได้ จึงเลือกรอดูข้อมูลก่อน
เงินเฟ้อสหรัฐฯ 3.7% กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคม
ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีราคาน้ำมันเป็นแรงหนุนหลัก และเงินเฟ้อยังขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่เคยทำไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม ก่อนการประชุม เครื่องมือ CME FedWatch ให้โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมราว 78% และนักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยรอบหน้าแทบเป็นเรื่องที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว บางส่วนยังประเมินว่าตลาดฟิวเจอร์สสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วง 1 ปีข้างหน้า
ผลต่อนักลงทุน: ยีลด์ยาวสูง ต้นทุนกู้เงินยังไม่ลด
หลังการแถลงข่าว ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ขยับขึ้นราว 0.2% ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีลดลงมาอยู่ราว 4.7% แต่ยีลด์อายุ 10 ปีกลับเพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 5.04% และอายุ 30 ปีอยู่ราว 5.37% ภาพนี้สะท้อนว่าตลาดยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อในระยะยาว สำหรับนักลงทุนและเจ้าของธุรกิจ ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวจึงยังไม่มีแนวโน้มจะลดลงเร็ว ๆ นี้ ควรเผื่อสภาพคล่องและวางแผนการลงทุนหรือขยายกิจการโดยคิดจากดอกเบี้ยที่อาจขึ้นอีกในเดือนธันวาคม จุดที่ต้องจับตาต่อคือตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานที่จะออกก่อนการประชุมรอบหน้า รวมถึงจำนวนเสียงค้านว่าจะเพิ่มขึ้นหรือไม่




