LongStoryShortข่าวสารความรู้ใหม่English
Investing

Netflix เลิกจ้างเกือบ 1,000 คน มากที่สุดในรอบ 4 ปี

Yukmai Media· อัปเดต 18 ต.ค. 2569·11 min read
Netflix เลิกจ้างเกือบ 1,000 คน มากที่สุดในรอบ 4 ปี
สรุปสำหรับคนรีบ (TL;DR)
  • Netflix ประกาศเลิกจ้างพนักงานราว 6% หรือเกือบ 1,000 ตำแหน่งเมื่อ 14 ต.ค. 2569 ผ่านบันทึกถึงพนักงานจากสองซีอีโอร่วม Greg Peters และ Ted Sarandos โดยทีมผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี กฎหมาย และ HR ได้รับผลกระทบมากที่สุด
  • นับเป็นการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ปี 2022 ที่บริษัทลดพนักงานราว 3% เกิดขึ้นหลัง Sarandos ยอมรับว่าบริษัทโตไม่เร็วอย่างที่ต้องการ และหลัง Netflix ถอนตัวจากดีลซื้อธุรกิจสตูดิโอและสตรีมมิ่งของ Warner Bros. เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
  • แม้กำไรไตรมาส 2 จะโต 9% แต่ประมาณการไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และหุ้น NFLX ทำผลงานแย่กว่าตลาดในปีนี้ นักลงทุนต้องจับตางบไตรมาส 3 ที่จะประกาศวันที่ 20 ต.ค.

Netflix ผู้นำตลาดสตรีมมิ่งของโลก เริ่มการเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 4 ปี เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยจะลดพนักงานราว 6% ของทั้งหมด หรือเกือบ 1,000 ตำแหน่ง การประกาศนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนบริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 และเกิดขึ้นในช่วงที่ Netflix เผชิญคำถามสำคัญจากนักลงทุนว่า หลังจากเติบโตแบบก้าวกระโดดมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทจะหาแรงขับเคลื่อนใหม่จากที่ไหน โดยเฉพาะหลังพลาดดีลซื้อกิจการ Warner Bros. เมื่อต้นปี

Netflix เลิกจ้างเกือบ 1,000 ตำแหน่ง ทีมเทคและผลิตภัณฑ์โดนหนักสุด

การเลิกจ้างครั้งนี้ประกาศผ่านบันทึกถึงพนักงานจากสองซีอีโอร่วม Greg Peters และ Ted Sarandos ซึ่งระบุว่าทีมผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากรบุคคล จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ณ สิ้นปี 2025 Netflix มีพนักงานประจำราว 16,000 คนทั่วโลก ในบันทึกดังกล่าว ผู้บริหารทั้งสองยืนยันว่าธุรกิจยังแข็งแกร่ง แต่บริษัทต้องมีวินัยในการจัดสรรคนและทรัพยากร เพื่อนำไปลงทุนในการเติบโตในอนาคตและในด้านที่ส่งผลต่อการพัฒนาบริการมากที่สุด นอกเหนือจากบันทึกนี้ Netflix ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ใหญ่สุดตั้งแต่ปี 2022: การเลิกจ้างที่เกิดขึ้นไม่บ่อยที่ Netflix

การเลิกจ้างจำนวนมากถือเป็นเรื่องไม่ค่อยเกิดขึ้นที่ Netflix ครั้งใหญ่ล่าสุดคือปี 2022 ซึ่งบริษัทลดพนักงานลงราว 3% หลังสูญเสียสมาชิกเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นมีเพียงการปรับลดขนาดเล็ก เช่น การเลิกจ้างพนักงานในฝ่ายผลิตภัณฑ์หลายสิบคนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การเลิกจ้างรอบนี้จึงมีขนาดราวสองเท่าของปี 2022 และสะท้อนว่า Netflix กำลังเปลี่ยนจากบริษัทที่เน้นการเติบโตมาเป็นบริษัทที่ต้องคุมต้นทุนเข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกับบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากในปีนี้

ทำไมต้องเลิกจ้าง: โตช้าลงและพลาดดีล Warner Bros.

ต้นเหตุสำคัญคือการเติบโตที่ชะลอตัว เมื่อเดือนที่แล้ว Sarandos ยอมรับบนเวทีของ Bloomberg ว่าบริษัทโตไม่เร็วอย่างที่เขาต้องการ หลังการเติบโตของสมาชิกช่วงโควิดทำให้ Netflix ชนเพดาน บริษัทจึงเปลี่ยนจากการเน้นหาสมาชิกใหม่มาเป็นการเพิ่มรายได้สูงสุด ทั้งการปราบการแชร์รหัสผ่านทั่วโลก การเปิดแพ็กเกจราคาถูกแบบมีโฆษณา และการซื้อลิขสิทธิ์รายการสดอย่างเกม NFL และมวย นอกจากนี้ บริษัทยังหยุดรายงานจำนวนสมาชิกตั้งแต่ปี 2025 อีกปัจจัยที่สำคัญคือดีล Warner Bros. โดย Netflix เคยเซ็นข้อตกลงซื้อธุรกิจสตูดิโอและสตรีมมิ่งของ Warner Bros. เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ถอนตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์หลังแพ้การประมูลให้ Paramount การพลาดดีลนี้ทำให้ Netflix ไม่ได้คลังคอนเทนต์ขนาดใหญ่ที่หวังไว้สำหรับการเติบโตระยะยาว และ Wall Street ตีความว่าบริษัทรู้สึกว่าต้องพึ่งดีลใหญ่เพื่อเติบโตต่อ แม้ผู้บริหารจะปฏิเสธมุมมองนี้ก็ตาม

กำไรยังโต แต่การแข่งขันบีบหนักขึ้น

แม้จะเลิกจ้าง แต่ตัวเลขทางการเงินของ Netflix ยังไม่ได้แย่ ในไตรมาส 2 บริษัทมีกำไร 3.4 พันล้านดอลลาร์ และรายได้ 12.56 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9% และ 13% จากปีก่อนตามลำดับ จากทั้งการเพิ่มสมาชิกและการขึ้นราคา แต่ประมาณการไตรมาส 3 ของบริษัทต่ำกว่าที่ Wall Street คาดไว้ และบริษัทได้ปรับกรอบประมาณการการเติบโตของรายได้ทั้งปี 2026 ให้แคบลง ทำให้หุ้น NFLX ทำผลงานแย่กว่าตลาดในปีนี้ ขณะเดียวกัน การแข่งขันก็รุนแรงขึ้น แม้ Netflix ยังเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาดราว 19% ตามข้อมูลของ JustWatch แต่ Prime Video ของ Amazon และ Disney+ ก็ตามมาติด ๆ และในอนาคตยังต้องเจอคู่แข่งใหม่จากการควบรวม Paramount กับ Warner Bros. Discovery ที่วางแผนรวม Paramount+ และ HBO Max เป็นบริการเดียว

ผู้บริหารฝั่งคอนเทนต์ก็ขยับ

การปรับโครงสร้างไม่ได้จบแค่การลดคน ในวันถัดมา Deadline รายงานว่า Bela Bajaria ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์ (Chief Content Officer) จะลาออกจาก Netflix และบริษัทได้แต่งตั้ง Peter Rice เข้ามารับตำแหน่งแทน Bajaria คือผู้บริหารที่ดูแลซีรีส์ฮิตระดับโลกอย่าง Squid Game และ Bridgerton การเปลี่ยนตัวผู้คุมงบคอนเทนต์ในจังหวะเดียวกับการเลิกจ้าง จึงเป็นสัญญาณว่า Netflix อาจกำลังทบทวนทิศทางการลงทุนด้านคอนเทนต์ควบคู่ไปด้วย

ผลต่อนักลงทุน: จับตางบ 20 ต.ค. และทิศทางหลังคุมต้นทุน

ในระยะสั้น การลดพนักงานราว 6% น่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและหนุนอัตรากำไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดมักตอบรับในทางบวก แต่คำถามที่ใหญ่กว่าคือ Netflix จะกลับมาเติบโตได้อย่างไร เมื่อไม่มีคลังคอนเทนต์จาก Warner Bros. และไม่ได้รายงานจำนวนสมาชิกแล้ว จุดที่ต้องจับตาคืองบไตรมาส 3 ที่จะประกาศในวันที่ 20 ตุลาคม ทั้งรายได้จากโฆษณา ผลจากการขึ้นราคา และแนวทางที่ผู้บริหารจะใช้เงินที่ประหยัดได้จากการเลิกจ้าง ว่าจะนำไปลงทุนในคอนเทนต์ กีฬาสด หรือเทคโนโลยีอย่าง AI นอกจากนี้ยังต้องดูว่าการเปลี่ยนผู้บริหารฝ่ายคอนเทนต์จะนำไปสู่การปรับงบคอนเทนต์หรือไม่ เพราะคอนเทนต์คือหัวใจของการแข่งขันในตลาดสตรีมมิ่งที่แออัดขึ้นทุกวัน

ที่มา: Deadline ↗, AP (via KSAT) ↗, Forbes ↗, Fast Company ↗สรุป/เรียบเรียงโดย Yukmai อ่านต้นฉบับที่ลิงก์ด้านบน
#Netflix#NFLX#Layoffs#Streaming#Warner Bros. Discovery#Big Tech
Yukmai Media
Digital Marketing Specialist & Content Creator