Tesla รายงานตัวเลขการผลิตและส่งมอบรถยนต์ไตรมาส 3 ปี 2569 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยส่งมอบได้ 486,532 คัน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 24,558 คัน ข่าวนี้ดันหุ้น TSLA ปิดบวก 4.65% ในวันที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นจากตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอ แต่เมื่อมองลึกลงไป ยอดส่งมอบยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไตรมาสที่ยอดขายพุ่งเป็นพิเศษ และธุรกิจกักเก็บพลังงานทำได้ต่ำกว่าคาด ภาพรวมจึงดีกว่าที่ตลาดกลัว แต่ยังไม่ใช่การกลับมาเติบโตเต็มตัว
Tesla ส่งมอบ 486,532 คัน ชนะคาด 24,558 คัน
ยอดส่งมอบไตรมาส 3 แบ่งเป็น Model 3 และ Model Y จำนวน 478,237 คัน เพิ่มขึ้น 2.2% จากไตรมาสก่อน และรุ่นอื่นๆ 8,295 คัน ส่วนการผลิตรวมอยู่ที่ 464,391 คัน เพิ่มขึ้น 2.8% จากไตรมาสก่อน ซึ่งหมายความว่าบริษัทส่งมอบรถได้มากกว่าที่ผลิตในไตรมาสนี้ ตัวเลขส่งมอบสูงกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ 461,974 คัน อยู่ 24,558 คัน หรือราว 5.3% และเพิ่มขึ้น 1.3% จาก 480,126 คันในไตรมาส 2 ปี 2569 ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยที่รวบรวมจากนักวิเคราะห์ 24 สถาบันการเงิน ไม่ใช่เป้าหมายที่ Tesla ประกาศเอง การชนะคาดครั้งนี้มีความหมาย เพราะเป็นไตรมาสที่ตลาดสหรัฐฯ ไม่มีเครดิตภาษีรถ EV ของรัฐบาลกลางช่วยกระตุ้นยอดขายแล้ว หลังสิ้นสุดไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2568
ลดลง 2.1% จากปีก่อน เพราะฐานสูงเป็นประวัติการณ์
แม้จะชนะคาด แต่ยอดส่งมอบไตรมาสนี้ยังลดลง 2.1% จาก 497,099 คันในไตรมาส 3 ปี 2568 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของปีก่อนเป็นสถิติสูงสุดของ Tesla ที่เกิดจากผู้บริโภคเร่งซื้อรถก่อนเครดิตภาษี EV หมดอายุ การเทียบรายปีจึงเป็นการเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติ หากดูเฉพาะรถรุ่นหลักอย่าง Model 3 และ Model Y ยอดส่งมอบลดลงเพียง 0.6% ขณะที่การผลิตรวมเพิ่มขึ้น 3.8% จากปีก่อน ตัวเลขชุดนี้บอกว่าความต้องการรถรุ่นหลักของ Tesla ยังรักษาระดับได้ใกล้เคียงไตรมาสที่ดีที่สุดของบริษัท แม้ไม่มีแรงหนุนจากเครดิตภาษีแล้ว
รุ่นอื่นลดลงเกือบครึ่ง เพราะ Tesla เลิกผลิต Model S และ Model X
กลุ่มรุ่นอื่นๆ ลดลงถึง 47.9% จากปีก่อน และ 32.9% จากไตรมาสก่อน แต่ไม่ได้สะท้อนว่าดีมานด์ทรุดตัว เพราะ Tesla ยุติการผลิต Model S และ Model X ไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 และจัดงานส่งมอบรถรุ่นสุดท้ายไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปัจจุบันกลุ่มนี้จึงประกอบด้วย Cybertruck และรถบรรทุกไฟฟ้า Tesla Semi เป็นหลัก โดย Semi เพิ่งเริ่มเข้าสู่การผลิตจำนวนมาก และคาดว่าจะมีกำลังผลิตราว 50,000 คันต่อปี ทำให้กลุ่มนี้อาจกลับมาเติบโตได้ในไตรมาสถัดๆ ไป
ธุรกิจพลังงานของ Tesla โต 9.6% แต่ต่ำกว่าคาด 13.8%
Tesla ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานได้ 13.7 GWh ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 9.6% จาก 12.5 GWh ในปีก่อน และสูงกว่า 13.5 GWh ในไตรมาส 2 แต่ยังต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 15.9 GWh อยู่ 2.2 GWh หรือราว 13.8% ธุรกิจนี้เป็นส่วนที่นักลงทุนจำนวนมากมองว่าเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของ Tesla นอกเหนือจากรถยนต์ การพลาดเป้าครั้งนี้จึงเป็นจุดที่ควรติดตามในการแถลงงบ
หุ้น TSLA ปิดบวก 4.65%
หุ้น Tesla ปิดที่ 370.59 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16.48 ดอลลาร์ หรือ 4.65% ในวันเดียวกับที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนออกมาเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดมาก จนตลาดมองว่าเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม แรงหนุนสองด้านทั้งจากยอดส่งมอบที่ดีกว่าคาดและบรรยากาศตลาดโดยรวม จึงทำให้หุ้น Tesla ปรับขึ้นแรงในวันเดียว
ผลต่อนักลงทุน: ยอดขายดีกว่าที่กลัว แต่บททดสอบจริงคืองบวันที่ 21 ต.ค.
การชนะคาดด้านยอดส่งมอบช่วยคลายความกังวลเรื่องดีมานด์ในยุคที่ไม่มีเครดิตภาษี EV แล้ว แต่ยอดที่ยังต่ำกว่าปีก่อนและงานพลังงานที่พลาดเป้า บ่งชี้ว่า Tesla ยังไม่กลับสู่โหมดเติบโตเต็มตัว ก่อนถึงงบไตรมาส 3 จะมีงานเปิดตัว Roadster ในวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งเลื่อนมาจากวันที่ 1 ตุลาคมเพราะปัญหาสภาพอากาศ และอาจเป็นตัวเร่งความสนใจต่อหุ้นในระยะสั้น จากนั้น Tesla จะประกาศงบไตรมาส 3 หลังตลาดปิดวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นักลงทุนควรติดตามอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรถยนต์ว่าถูกกดดันจากการระบายสต็อกหรือไม่ เพราะไตรมาสนี้ส่งมอบรถมากกว่าที่ผลิต รวมถึงแนวโน้มธุรกิจพลังงานและความคืบหน้าของการผลิต Semi ก่อนตัดสินใจไล่ราคาหลังหุ้นขยับแรงในวันเดียว