LongStoryShortข่าวสารความรู้ใหม่English
Investing

หุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์เป็นบวก แม้บอนด์ยีลด์พุ่งแตะจุดสูงสุดรอบ 19 ปี จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อ

Yukmai Media· อัปเดต 27 ก.ย. 2569·10 min read
หุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์เป็นบวก แม้บอนด์ยีลด์พุ่งแตะจุดสูงสุดรอบ 19 ปี จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อ
สรุปสำหรับคนรีบ (TL;DR)

ภาพรวมตลาดโลกในสัปดาห์นี้สะท้อนแรงดึงสองทิศทางที่ชัดเจน ด้านหนึ่งคือแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่งและกระแสความคึกคักของเทคโนโลยี AI ที่ยังคงดึงดูดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่อีกด้านหนึ่ง ตลาดตราสารหนี้และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับส่งสัญญาณเตือนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่รออยู่ในไตรมาสสุดท้ายของปี นักลงทุนจึงยังต้องจับตาการประชุมเฟดครั้งถัดไปในเดือนตุลาคมอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ด้วยแรงหนุนที่ทำให้ทั้งสามดัชนีหลักปรับตัวขึ้นเป็นบวกรายสัปดาห์ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปีระหว่างสัปดาห์ก็ตาม ในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 25 กันยายน ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,828.62 จุด เพิ่มขึ้น 478.64 จุด หรือ 0.93% ซึ่งช่วยตัดวงจรร่วงติดต่อกันสามสัปดาห์ ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,743.41 จุด เพิ่มขึ้น 0.51% ส่วนแนสแด็ก คอมโพสิต ปิดที่ 27,068.72 จุด เพิ่มขึ้น 0.48% ขณะที่ดัชนีความผันผวน VIX ร่วงลง 5.11% มาอยู่ที่ 14.87 จุด สะท้อนบรรยากาศคลายกังวลของนักลงทุนในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ยังคงทรงตัวในระดับสูงที่ 5.18% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2008 สะท้อนความกังวลของตลาดตราสารหนี้ต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจต้องคงระดับสูงต่อไปอีกระยะ หลังจากที่เฟดเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมาสู่กรอบ 3.75-4.00% ด้วยมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 เสียง ซึ่งถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่าสามปี โดยนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อในหลายหมวดสินค้ายังคงสูงเกินเป้าหมาย 2% และราคาน้ำมันที่เคยพุ่งแตะ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเดือนเมษายนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันแรงกดดันเงินเฟ้อ เฟดยังส่งสัญญาณคาดการณ์ว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งภายในปีนี้ และอีกราวสองครั้งในปี 2570 ขณะที่ตลาดเองประเมินว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยถึงสามครั้งภายในกลางปีหน้า

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายของมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนกันยายนปรับลดลงมาอยู่ที่ 48.1 จุด ต่ำสุดในรอบสี่เดือน โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นและความตึงเครียดทางการค้าที่กลับมาปะทุอีกครั้งเป็นสาเหตุหลักที่ฉุดมุมมองของผู้บริโภคชาวอเมริกัน สะท้อนว่าแม้ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวได้ในช่วงปลายสัปดาห์ แต่ความกังวลเรื่องค่าครองชีพและเงินเฟ้อในระดับครัวเรือนยังคงมีอยู่สูง ในด้านสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง 2.33% มาอยู่ที่ 92.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลงมาต่ำกว่า 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยคลายแรงกดดันเงินเฟ้อได้บางส่วน ขณะที่ราคาทองคำปรับขึ้น 0.54% มาอยู่ที่ 4,321.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ย

ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ปิดฉากการเยือนระดับรัฐด้วยการประกาศจัดการประชุมสุดยอดด้านความปลอดภัยปัญญาประดิษฐ์ (AI Safety Summit) ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ในเดือนพฤศจิกายนนี้ แม้ความคืบหน้าด้านประเด็นการค้ายังมีจำกัดก็ตาม สะท้อนว่าทั้งสองประเทศยังคงให้ความสำคัญกับกลไกความร่วมมือด้าน AI แม้จะแข่งขันกันอย่างดุเดือดในเชิงเทคโนโลยีก็ตาม

ฝั่งภาคเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของสัปดาห์นี้ หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส์ ปรับตัวขึ้นแรงราว 16% ในรอบสัปดาห์ หลังบริษัทเปิดตัว "มิวส์" (Muse) เอเจนต์ AI ตัวใหม่ในงาน Connect 2026 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดีจากนักลงทุนและช่วยหนุนหุ้นกลุ่มชิปในเกาหลีใต้ให้ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ไมโครซอฟท์เปิดตัวแพลตฟอร์ม Copilot เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ ตอกย้ำการแข่งขันในตลาดผู้ช่วย AI ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ด้านผลประกอบการภาคค้าปลีก คอสท์โก โฮลเซล รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบการเงิน 2026 ดีกว่าคาด โดยมีรายได้ 95.72 พันล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้น (EPS) 6.75 ดอลลาร์ ผู้บริหารระบุว่าฐานสมาชิกยังคง "ยืดหยุ่นสูง" (very resilient) ต่อแรงกดดันด้านราคา แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะเผชิญความไม่แน่นอนจากอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อก็ตาม

โดยสรุป ภาพรวมตลาดโลกในสัปดาห์นี้สะท้อนแรงดึงสองทิศทางที่ชัดเจน ด้านหนึ่งคือแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่งและกระแสความคึกคักของเทคโนโลยี AI ที่ยังคงดึงดูดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่อีกด้านหนึ่ง ตลาดตราสารหนี้และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับส่งสัญญาณเตือนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่รออยู่ในไตรมาสสุดท้ายของปี นักลงทุนจึงยังต้องจับตาการประชุมเฟดครั้งถัดไปในเดือนตุลาคมอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่

ที่มา: - Stock market today: Dow, S&P 500, Nasdaq notch weekly wins - Yahoo Finance: ↗สรุป/เรียบเรียงโดย Yukmai อ่านต้นฉบับที่ลิงก์ด้านบน
#US Stocks
Yukmai Media
Digital Marketing Specialist & Content Creator