LongStoryShortข่าวสารความรู้ใหม่English
Investing

เปิดตัว Tesla Roadster รุ่นใหม่ ขับกลับหัว-ตีลังกากลางอากาศ เปิดจองในไทยแล้ว

Yukmai Media· อัปเดต 16 ต.ค. 2569·20 min read
เปิดตัว Tesla Roadster รุ่นใหม่ ขับกลับหัว-ตีลังกากลางอากาศ เปิดจองในไทยแล้ว
สรุปสำหรับคนรีบ (TL;DR)
  • Tesla เปิดตัว Roadster รุ่นใหม่เมื่อ 15 ต.ค. 2569 ที่ศูนย์ทดสอบ SpaceX เมืองแมคเกรเกอร์ รัฐเท็กซัส สาธิตการขับกลับหัวบนทางลาดด้วยพัดลมดูดใต้ท้องรถ และกระโดดหมุนตัวกลางอากาศด้วยชุดขับดันก๊าซเย็นที่พัฒนาร่วมกับ SpaceX โดยไม่มีคนขับอยู่ในรถ
  • แบ่ง 3 รุ่น คือ Performance อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ต่ำกว่า 1.6 วินาที, Thrust ต่ำกว่า 0.9 วินาที และ Rocket ต่ำกว่า 0.59 วินาที ระยะทางกว่า 480 กม. ลดลงจากที่เคยสัญญาไว้ราว 1,000 กม. และจะเริ่มผลิตปี 2028
  • ยังไม่ประกาศราคาขาย มีเพียงเงินมัดจำ และในไทยเปิดรับจองแล้ว หุ้น TSLA ดีดขึ้นราว 4.8% ช่วงก่อนตลาดเปิดหลังงาน แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการโชว์วิศวกรรมมากกว่าธุรกิจ คาดขายได้ราว 2,000 คันต่อปี และยังมีคำถามเรื่องการใช้บนถนนอย่างถูกกฎหมาย

หลังรอคอยมาเกือบ 9 ปี Tesla ได้เปิดตัว Roadster รถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ ที่ศูนย์ทดสอบของ SpaceX ในเมืองแมคเกรเกอร์ รัฐเท็กซัส แต่สิ่งที่ทำให้โลกออนไลน์ฮือฮาไม่ใช่ความเร็วเพียงอย่างเดียว เพราะ Tesla สาธิตให้เห็นว่ารถคันนี้สามารถขับกลับหัวบนทางลาด กระโดดข้ามรถคันอื่น และหมุนตัวกลางอากาศก่อนลงจอดได้ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกับ SpaceX บริษัทจรวดของอีลอน มัสก์ งานเปิดตัวใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที และเน้นโชว์ความสามารถของระบบเป็นหลัก ขณะที่ราคาขาย ขนาดแบตเตอรี่ และสเปกฉบับผลิตจริงยังไม่ถูกเปิดเผย ข่าวดีสำหรับคนไทยคือ Tesla ประเทศไทยเปิดให้จองผ่านเว็บไซต์แล้ว

จากต้นแบบปี 2017 สู่การเปิดตัวที่เลื่อนมาหลายรอบ

Roadster เจเนอเรชันที่สองถูกเผยโฉมต้นแบบครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 โดยเดิม Tesla วางแผนเริ่มผลิตในปี 2020 แต่ถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง จนล่าสุดมัสก์ระบุว่าจะเข้าสู่การผลิตในปี 2028 ทั้งนี้ Roadster มีความหมายเชิงสัญลักษณ์กับ Tesla มาก เพราะ Roadster รุ่นแรกที่วางขายระหว่างปี 2008-2012 คือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัท และมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองของคนทั่วโลกที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้า งานเปิดตัวครั้งนี้ยังถูกเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่ 1 ตุลาคม เพราะปัญหาสภาพอากาศ

ขับกลับหัวได้อย่างไร: พัดลมดูดใต้ท้องรถแรงถึง 2G

ความสามารถที่โดดเด่นที่สุดคือระบบสร้างแรงดูด Roadster ติดตั้งพัดลมและระบบผนึกใต้ท้องรถ เพื่อดูดอากาศออกจากด้านล่างและสร้างแรงกดลงพื้นโดยไม่ต้องอาศัยความเร็ว Tesla ระบุว่าระบบนี้สร้างแรงดูดได้สูงสุด 2G ซึ่งมากพอจะยึดรถไว้ในท่ากลับหัวได้แม้ตอนจอดนิ่ง นอกจากนี้ เมื่อเปิดโหมดสนามแข่ง (Track Mode) รถจะลดความสูงของช่วงล่าง และปรับปีกแบบแอคทีฟ (Active Aero) เพื่อเลือกระหว่างเพิ่มแรงกดหรือลดแรงต้านอากาศ โดยมอเตอร์ที่ขับปีกเป็นระบบเดียวกับที่ Tesla พัฒนาให้หุ่นยนต์ Optimus

ตีลังกากลางอากาศ: ชุดขับดันก๊าซเย็นจาก SpaceX

สำหรับรุ่นที่สูงขึ้น Tesla เพิ่มชุดขับดันก๊าซเย็น (cold gas thruster) ที่พัฒนาร่วมกับ SpaceX เพื่อเพิ่มอัตราเร่งและควบคุมทิศทางขณะรถอยู่กลางอากาศ ระบบใช้หัวฉีด 10 จุด และรถสามารถเติมก๊าซอัดกลับเข้าถังได้เอง ในการสาธิต Roadster ไต่ทางลาดในท่ากลับหัว พุ่งออกจากปลายทาง หมุนตัวกลางอากาศ แล้วใช้แรงขับดันช่วยลงจอด ก่อนจะกระโดดข้ามรถ Tesla หลายคันที่จอดเรียงกัน อย่างไรก็ตาม การทดสอบทั้งหมดไม่มีคนขับอยู่ในรถ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และความสามารถนี้เป็นการลอยตัวช่วงสั้น ๆ ไม่ใช่การบินต่อเนื่องแบบอากาศยาน Tesla เองยอมรับว่าระบบนี้อาจใช้งานไม่ได้ตามกฎหมายในทุกประเทศ

3 รุ่น 3 ระดับ: Performance, Thrust และ Rocket

Tesla แบ่ง Roadster เป็น 3 รุ่น รุ่นแรกคือ Performance รถ 2 ที่นั่งสำหรับใช้บนถนน มีระบบแรงดูดและปีกแอคทีฟ อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ต่ำกว่า 1.6 วินาที รุ่นที่สองคือ Thrust รถ 2 ที่นั่งสำหรับสนามแข่ง เพิ่มชุดขับดันด้านหลัง อัตราเร่งต่ำกว่า 0.9 วินาที ผลิตจำนวนจำกัด และรุ่นสูงสุดคือ Rocket รถที่นั่งเดียว มีชุดขับดันรอบคันเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่แนวตั้งและการหมุน อัตราเร่งต่ำกว่า 0.59 วินาที ความเร็วสูงสุดเกิน 370 กม./ชม. และขายเฉพาะผู้ได้รับเชิญ ซึ่งเว็บไซต์ของ Tesla ระบุว่ารุ่นนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บนถนนสาธารณะ ด้านดีไซน์ ตัวรถเปลี่ยนจากต้นแบบปี 2017 มาใช้แนวทางเดียวกับ Cybertruck และ Cybercab โดยได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบิน SR-71 Blackbird และ F-35 ภายในใช้พวงมาลัยแบบ Yoke ร่วมกับระบบบังคับเลี้ยวด้วยสัญญาณไฟฟ้า (Steer-by-Wire) และวัสดุน้ำหนักเบาอย่างแมกนีเซียม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ทั้งนี้ ตัวเลขสมรรถนะทั้งหมดเป็นข้อมูลจาก Tesla และยังไม่มีผลทดสอบจากหน่วยงานอิสระ

ระยะทางหดจากที่เคยสัญญา ราคาขายยังเป็นปริศนา

ข้อมูลที่ Tesla เผยแพร่หลังงานระบุว่า Roadster รุ่นใหม่วิ่งได้มากกว่า 480 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเกือบ 1,000 กม. ที่มัสก์เคยประกาศไว้เมื่อปี 2017 และบริษัทยังไม่เปิดเผยขนาดแบตเตอรี่ มาตรฐานที่ใช้วัดระยะทาง กำลังมอเตอร์ เวลาชาร์จ หรือน้ำหนักรถ ด้านราคา Tesla ยังไม่ประกาศราคาขายจริงของทั้ง 3 รุ่น แต่เปิดรับจองรุ่น Performance ด้วยเงินมัดจำ 50,000 ดอลลาร์ และรุ่น Thrust ที่ 250,000 ดอลลาร์ ส่วนราคาเริ่มต้น 200,000 ดอลลาร์ที่เคยประกาศเมื่อปี 2017 ยังไม่มีการยืนยันว่าจะใช้กับรุ่นใหม่

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ: ถูกกฎหมายไหม บินได้จริงหรือเปล่า

เมื่ออ่านรายงานจากสื่อต่างประเทศประกอบ จะเห็นว่ายังมีคำถามสำคัญอีกหลายข้อ เรื่องแรกคือกฎหมาย เมื่อถูกถามว่ารถจะวิ่งบนถนนได้ถูกกฎหมายหรือไม่ มัสก์ตอบเพียงว่า "ขึ้นอยู่กับถนนของคุณ" ขณะที่เว็บไซต์ Tesla ระบุชัดเฉพาะรุ่น Rocket ว่ายังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บนถนนสาธารณะ แต่ไม่ได้ระบุอะไรเกี่ยวกับรุ่น Thrust ทั้งที่มีชุดขับดันด้านหลังเช่นกัน Electrek ตั้งข้อสังเกตว่าแรงพ่นจากชุดขับดันอาจทำให้เศษวัสดุบนถนนกระเด็นใส่รถคันอื่นหรือคนเดินถนนได้ เรื่องที่สองคือการ "บิน" ซึ่งยังไม่มีการพบว่า Tesla ยื่นขอใบรับรองอากาศยานจากองค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) และ CNN รายงานว่ายากที่จะบอกได้ว่ารถบินได้จริงหรือไม่ เพราะในงานไม่มีการสาธิตการบินระยะไกลหรือต่อเนื่อง เรื่องที่สามคือสเปกที่เปลี่ยนไปจากที่สัญญาไว้ เมื่อปี 2017 Tesla เคยประกาศระยะทาง 620 ไมล์ ความเร็วสูงสุดเกิน 250 ไมล์ต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 1.9 วินาที และ 4 ที่นั่งแบบ 2+2 ในราคาเริ่มต้น 200,000 ดอลลาร์ แต่รุ่นใหม่เหลือระยะทางกว่า 300 ไมล์ ความเร็วสูงสุดเกิน 230 ไมล์ต่อชั่วโมงเฉพาะรุ่น Rocket และมีที่นั่งสูงสุดเพียง 2 ที่ ส่วนอัตราเร่งที่ดีขึ้นมากนั้น ตัวเลขระดับต่ำกว่า 1 วินาทีมาจากรุ่นที่มีชุดขับดันซึ่งอาจใช้บนถนนไม่ได้

เปิดจองในไทยแล้ว: เงินจองไม่ใช่ราคารถ

สำหรับประเทศไทย เว็บไซต์ Tesla เปิดรับจอง Roadster แล้ว โดยรุ่น Performance ต้องชำระ 178,000 บาทในวันจอง และอีก 1,598,000 บาทภายใน 10 วัน รวมเงินจอง 1,776,000 บาท ส่วนรุ่น Thrust ชำระ 178,000 บาทในวันจอง และอีก 8,695,000 บาทภายใน 10 วัน รวม 8,873,000 บาท ขณะที่รุ่น Rocket เปิดเฉพาะผู้ได้รับเชิญ สิ่งสำคัญที่ผู้สนใจต้องเข้าใจคือ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงเงินมัดจำที่ขอคืนได้เต็มจำนวน ไม่ใช่ราคาขายของรถ Tesla ยังไม่ประกาศราคาขาย สเปกสำหรับไทย และกำหนดส่งมอบ และรถจะมีเฉพาะพวงมาลัยซ้าย โดยการจำหน่ายขึ้นอยู่กับกฎหมายในแต่ละประเทศ

เสียงนักวิเคราะห์และหุ้น TSLA: ทึ่งในวิศวกรรม แต่ยังไม่เห็นธุรกิจ

ในวันจัดงาน หุ้น Tesla ปิดลบ 1.29% ก่อนจะดีดตัวขึ้นหลังงานเปิดตัว โดยในช่วงก่อนตลาดเปิดวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม หุ้นขึ้นไปถึง 4.76% ที่ 379.70 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม มุมมองของนักวิเคราะห์ค่อนข้างระมัดระวัง จีน มุนสเตอร์ จาก Deepwater Asset Management ซึ่งเป็นนักลงทุนใน Tesla เรียกงานนี้ว่า "การโชว์ศักยภาพทางวิศวกรรม" ที่ไม่มีคุณค่าเชิงพาณิชย์นอกจากทำให้ค่ายรถดั้งเดิมอับอาย ด้าน JPMorgan ยังคงคำแนะนำ "ถือ" (Neutral) พร้อมราคาเป้าหมาย 415 ดอลลาร์ และชี้ว่ายังไม่มีราคาขาย และการผลิตปี 2028 ทำให้ผลต่อยอดขายและกำไรยังไม่ชัดเจน ขณะที่ Reuters ระบุว่างานนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Tesla หันไปเน้นเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและหุ่นยนต์ และเพียงไม่กี่วันก่อนงบไตรมาส 3 ที่นักวิเคราะห์มองว่าสำคัญต่อนักลงทุนมากกว่า อีกมุมที่น่าสนใจคือ Automotive World มองว่าสิ่งที่ Roadster ขายจริงอาจไม่ใช่ตัวรถ แต่เป็นภาพความเชื่อมโยงกับ SpaceX ซึ่งช่วยสร้างเหตุผลให้การควบรวมบริษัทในเครือของมัสก์ สอดคล้องกับที่ Barclays มองว่าอาจมีการประกาศควบรวม Tesla กับ SpaceX ก่อนเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ดึงความสนใจของนักลงทุน

ผลต่อนักลงทุน: รถโชว์ศักยภาพ ไม่ใช่เครื่องทำเงิน

ในมุมการเงิน Roadster แทบไม่มีผลต่อรายได้ของ Tesla โดยมัสก์เองเคยกล่าวเมื่อปี 2023 ว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินของบริษัท ขณะที่เซธ โกลด์สตีน (Seth Goldstein) นักวิเคราะห์จาก Morningstar คาดว่า Tesla จะขาย Roadster ได้ราว 2,000 คันต่อปี เทียบกับยอดขายรวมราว 1.6 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม โกลด์สตีนมองว่า Roadster จะเป็น "Halo Car" หรือรถที่แสดงศักยภาพด้านวิศวกรรมสูงสุดของแบรนด์ ซึ่ง Tesla ไม่มีมาระยะหนึ่งแล้ว และช่วยตอกย้ำภาพการผสานเทคโนโลยีระหว่างบริษัทในเครือของมัสก์ ทั้ง Tesla, SpaceX และหุ่นยนต์ Optimus สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาต่อจึงไม่ใช่ยอดขาย Roadster แต่คืองบไตรมาส 3 ของ Tesla ที่จะประกาศหลังตลาดปิดวันที่ 21 ตุลาคม ทั้งอัตรากำไรของธุรกิจรถยนต์ ธุรกิจพลังงาน และความคืบหน้าของโปรเจกต์ใหญ่อื่น ๆ ส่วนคำถามที่ยังค้างอยู่คือ Roadster จะทำได้ตามที่สาธิตจริงหรือไม่ และจะผลิตได้ตามกำหนดปี 2028 หรือจะเลื่อนออกไปอีกเหมือนที่ผ่านมา

ที่มา: MGR Online ↗, มติชนออนไลน์ (อ้าง Reuters) ↗, THE STANDARD (อ้าง CNN) ↗, Reuters (via Investing.com) ↗, Electrek ↗, Electrek (technical look) ↗สรุป/เรียบเรียงโดย Yukmai อ่านต้นฉบับที่ลิงก์ด้านบน
#Tesla#Tesla Roadster#SpaceX#Elon Musk#Electric Vehicles#TSLA
Yukmai Media
Digital Marketing Specialist & Content Creator